ของตีกลับกินกำไรไปเท่าไหร่ วิธีจับตัวเลขให้เห็นด้วยตา
4 ก.ย. 2569 · อ่าน 6 นาที
ของตีกลับเป็นค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็นในบัญชี
เพราะมันไม่ได้มาเป็นบิลใบเดียว แต่กระจายอยู่ในค่าส่ง ค่าของ และเวลาที่หายไป
พอมองไม่เห็นก็เลยไม่มีใครแก้
ตัวเลขสามตัวที่ควรรู้
ไม่ต้องทำระบบบัญชีใหม่ แค่ตอบสามข้อนี้ให้ได้ทุกเดือน
หนึ่ง — เดือนนี้ตีกลับกี่ชิ้น
ตัวเลขดิบ ๆ ตัวเดียว ถ้าตอบไม่ได้แปลว่ายังไม่ได้จดที่ไหนเลย
สอง — คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของที่ส่งออกไป
ส่ง 500 ตีกลับ 15 คือ 3% ตัวเลขนี้สำคัญกว่าตัวแรก
เพราะเดือนที่ขายดีขึ้น ของตีกลับก็เพิ่มตามอยู่แล้ว ต้องดูสัดส่วน
สาม — ตัวไหนตีกลับบ่อยที่สุด
มักจะกระจุกอยู่ที่สินค้าไม่กี่ตัว ซึ่งเป็นข่าวดี
เพราะแก้ไม่กี่จุดแล้วเห็นผลทั้งร้าน
สาเหตุที่เจอบ่อยและสิ่งที่ทำได้
- ไซซ์ไม่ตรง ของกลุ่มเสื้อผ้าและรองเท้าเจอมากที่สุด
ทางออกคือใส่ตารางวัดจริงลงหน้าสินค้า ไม่ใช่บอกแค่ S M L - ของไม่เหมือนรูป สีในรูปกับสีจริงเพี้ยน ถ่ายใหม่ใต้แสงธรรมชาติช่วยได้เยอะ
- ลูกค้าไม่รับสาย ไม่มารับของ กลุ่มเก็บเงินปลายทางเจอบ่อย
ลองดูว่าถ้าตัดช่องทางนี้ทิ้ง กำไรรวมดีขึ้นหรือแย่ลง - ของเสียหายระหว่างทาง แก้ที่วิธีแพ็ค ไม่ใช่ที่ขนส่ง
จดยังไงไม่ให้เป็นภาระ
จุดที่ทำให้คนเลิกจดคือขั้นตอนเยอะเกิน
ถ้าต้องเปิด Excel หาบรรทัด พิมพ์เอง เดือนที่งานยุ่งก็จะข้าม แล้วข้อมูลก็ขาดตอน
วิธีที่ทำแล้วอยู่รอด คือ จดตอนของมาถึงมือ ไม่ใช่รอตอนสิ้นเดือน
พัสดุตีกลับมีบาร์โค้ดเดิมติดอยู่ ถ่ายรูปใบตีกลับใบเดียว
แล้วให้ระบบอ่านรหัสจับคู่กับออเดอร์เดิมให้เอง
รู้ทันทีว่าใครคืน คืนอะไร ราคาเท่าไหร่ โดยไม่ต้องพิมพ์อะไรเลย
ข้อมูลที่จดง่ายคือข้อมูลที่จะมีจริง
ข้อมูลที่จดยากคือข้อมูลที่จะไม่มี ไม่ว่าจะตั้งใจแค่ไหน
เอาตัวเลขไปใช้ต่อยังไง
พอมีตัวเลขสามตัวติดต่อกันสักสามเดือน จะเริ่มเห็นเรื่องที่เดาไม่ได้มาก่อน เช่น
- สินค้าที่ขายดีที่สุดอาจเป็นตัวที่ตีกลับมากที่สุดด้วย พอหักแล้วอาจไม่ได้กำไรอย่างที่คิด
- ช่องทางขายบางช่องมีอัตราตีกลับสูงกว่าช่องอื่นชัดเจน
- เดือนที่ลดราคาแรง ๆ อัตราตีกลับมักขึ้นตาม
ทั้งหมดนี้เห็นได้ก็ต่อเมื่อจดต่อเนื่องพอ
เริ่มจากจดให้ครบก่อน แล้วค่อยไปคิดเรื่องแก้
OrderBox บันทึกของตีกลับจากรูปใบเดียว แล้วจับคู่กับออเดอร์เดิมให้
ดูรายละเอียด

