SellerBox · 22 ก.ย. 2569 · อ่าน 9 นาที

เผยแพร่และตรวจทานโดย ทีม Quilcore · คู่มือการจัดการร้านค้า ตัวเลขคำนวณเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่อัตราค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มหรือคำแนะนำภาษี · เนื้อหาและภาพปกจัดทำโดยใช้ AI ช่วยเรียบเรียง ภาพปกเป็นภาพประกอบ ไม่ใช่หน้าจอโปรแกรม

ขายได้มาก ไม่ได้แปลว่าเหลือกำไรมาก จุดเริ่มต้นคือแยกยอดขาย ต้นทุนสินค้า ค่าใช้จ่ายต่อออเดอร์ และค่าใช้จ่ายทั้งร้านออกจากกัน แล้วใช้ข้อมูลช่วงเวลาเดียวกัน บทความนี้เป็นแบบฝึกหัดจัดการร้าน ไม่ใช่งบการเงินหรือคำแนะนำภาษี

ยอดขาย เงินรับ และกำไรต่างกันอย่างไร

ยอดขายบอกมูลค่าการขายตามนิยามของรายงาน เงินรับบอกจำนวนที่แพลตฟอร์มชำระหรือธนาคารรับเข้า ส่วนกำไรต้องนำต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องมาหักเพิ่ม การใช้ยอดโอนเป็นกำไรจะมองข้ามต้นทุนสินค้าและค่าโฆษณาที่จ่ายจากอีกบัญชี

ก่อนรวมตัวเลข ให้จดชื่อรายงาน วันที่เริ่ม–สิ้นสุด และชนิดวันที่ เช่น วันสั่งซื้อหรือวันชำระเงิน ออเดอร์ที่สั่งปลายเดือนอาจมีเงินชำระในเดือนถัดไปได้ จึงไม่ควรนำสองช่วงมาเทียบแล้วสรุปว่าเงินหายทันที

ตารางต้นทุนที่ควรมีต่อออเดอร์

รายการ เก็บข้อมูลจากไหน จุดที่ต้องตรวจ
ราคาขายหลังส่วนลดร้าน รายการออเดอร์ ส่วนลดที่ร้านออกเองถูกหักแล้วหรือยัง
ต้นทุนสินค้า ใบซื้อหรือทะเบียนต้นทุน จำนวนชิ้นและตัวเลือกต้องตรง
ค่าธรรมเนียมและค่าบริการ รายงานแพลตฟอร์ม อย่าหักซ้ำกับยอดรับสุทธิ
กล่อง เทป และวัสดุ บันทึกต้นทุนแพ็ค ใช้ค่าเฉลี่ยที่ทบทวนได้
ขนส่งที่ร้านรับภาระ รายงานและหลักฐานจ่าย แยกจากส่วนที่ลูกค้าหรือแพลตฟอร์มออก
ค่าโฆษณา รายงานโฆษณา แยกค่าเฉพาะออเดอร์กับค่าใช้จ่ายรวม

ตัวอย่างคำนวณกำไรต่อออเดอร์

สมมติขายสินค้าได้ 500 บาทหลังส่วนลดร้าน ต้นทุนสินค้า 220 บาท ค่าบริการรวมตามรายงาน 60 บาท วัสดุ 12 บาท และขนส่งที่ร้านจ่ายเพิ่ม 18 บาท

เงินเหลือก่อนโฆษณาและค่าใช้จ่ายคงที่ = 500 − 220 − 60 − 12 − 18 = 190 บาท

ถ้าจัดสรรค่าโฆษณาให้ออเดอร์นี้ 40 บาท จะเหลือ 150 บาท หรือ 30% ของยอดขาย 500 บาท แต่ยังไม่ใช่กำไรสุทธิทั้งร้าน เพราะยังมีค่าแรง ค่าเช่า โปรแกรม และค่าใช้จ่ายอื่น ตัวเลขทุกตัวเป็นสมมติ ไม่ใช่อัตราค่าธรรมเนียมปัจจุบันของ TikTok Shop หรือ Shopee

ระวังการหักค่าธรรมเนียมสองครั้ง

หากเริ่มจากยอดขายก่อนค่าธรรมเนียม ต้องหักค่าธรรมเนียม หากเริ่มจากยอดรับสุทธิที่หักแล้ว ไม่ควรหักรายการเดิมซ้ำ สร้างคอลัมน์ “รวมในยอดตั้งต้นแล้วหรือยัง” ไว้ข้างค่าใช้จ่าย จะช่วยให้ตรวจสูตรได้ง่ายกว่าจำชื่อคอลัมน์ด้วยความคุ้นเคย

รายการคืนเงินก็เช่นกัน ตรวจว่ายอดขายตั้งต้นถูกปรับลดแล้วหรือยัง ก่อนหักคืนเงินเพิ่ม อ่านวิธีแยกรายงานใน คู่มือรายได้ TikTok Shop และ รายงานกระเป๋าเงิน Shopee

ขั้นตอนตรวจทุกสิ้นสัปดาห์

  1. เก็บไฟล์ต้นฉบับแยกตามแพลตฟอร์มและช่วงวันที่
  2. ตรวจจำนวนออเดอร์ซ้ำ ยกเลิก คืนเงิน และรายการที่จับคู่ไม่ได้
  3. เติมต้นทุน SKU ที่ยังว่างก่อนสรุปกำไร
  4. ตรวจสินค้าขายดีแต่เงินเหลือน้อย แล้วแยกผลส่วนลดกับโฆษณา
  5. บันทึกรายการที่ยังไม่ยืนยันไว้ ไม่ใช้ตัวเลขคาดการณ์ปนกับยอดยืนยัน

SellerBox ช่วยอ่านไฟล์รายงานและดูยอดกับต้นทุน แต่ความครบของผลลัพธ์ขึ้นกับไฟล์และต้นทุนที่นำเข้า ไม่ใช่การรับรองยอดเงินธนาคาร

คำถามที่พบบ่อย

ไม่มีต้นทุนสินค้า ใช้ยอดรับเป็นกำไรได้ไหม

ไม่ได้ ควรระบุว่ายังไม่ทราบกำไร และเติมต้นทุนก่อนตัดสินใจลดราคาหรือเพิ่มโฆษณา การใส่ศูนย์เพื่อให้รายงานดูครบทำให้ผลลัพธ์สูงเกินจริง

ควรดูรายวันหรือรายเดือน

รายวันใช้จับความผิดปกติ รายเดือนใช้ดูภาพรวมหลังตรวจรายการค้างและค่าใช้จ่ายรวม โดยใช้ชนิดวันที่ให้คงเส้นคงวา

ทำต่อจากบทความนี้

อ่าน วิธีกระทบยอดเงินจากมาร์เก็ตเพลส และ วิธีหาจุดคุ้มทุนก่อนตั้งราคา ก่อนนำกำไรไปตัดสินใจทำโปรโมชั่น

ลองใช้กับร้านของคุณ

ทดลองใช้ฟรี 7 วันสำหรับร้านใหม่ที่มีสิทธิ์ ต้องยืนยันบัตรก่อนเริ่ม หากไม่ยกเลิกจะต่ออายุและเรียกเก็บอัตโนมัติตามแพ็กเกจ ดูราคาและเงื่อนไขก่อนสมัคร